เมื่อพูดถึงพืชกัญชา เรามักจะได้ยินเกี่ยวกับสายพันธุ์สองประเภทที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือสายพันธุ์ Sativa และ Indica เป็นสายพันธุ์ที่คนทั่วไปนิยมใช้งานทั้งในทางการแพทย์และสันทนาการ แต่มีพันธุ์อีกหนึ่งที่ควรรู้จัก นั่นคือ ดอกกัญชา Ruderalis ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มักถูกละเลยไป
ดอกกัญชาสายพันธุ์ Ruderalis คืออะไร ?
ดอกกัญชาสายพันธุ์ Ruderalis เป็นพืชกัญชาชนิดหนึ่งที่อยู่ในวงศ์ Cannabaceae คำว่า “Ruderalis” มาจากภาษาละตินซึ่งแปลว่า “เศษหิน” หรือ “ก้อน” พืชชนิดนี้มีความทนทานต่ออากาศและสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต ดอกกัญชาสายพันธุ์ Ruderalis สามารถพบได้ในป่าหลายที่ของโลก พืชกัญชาสายพันธุ์นี้มีเมล็ดที่แข็งแกร่งมาก เมื่อเทียบกับกัญชาสายพันธุ์อื่น ๆ ซึ่งหมายความว่าเมล็ดพันธุ์ของ Ruderalis สามารถอยู่ในพื้นดินโดยเฉย ๆ เป็นเวลาหลายสัปดาห์จนกว่าเงื่อนไขการเจริญเติบโตจะมาถึง (เช่น แสงแดดและความชื้นเพียงพอ) ความสามารถพิเศษในการเจริญเติบโตนั้นค่อนข้างแตกต่างจากพืชที่ขึ้นอยู่กับแสง ซึ่งจะไม่สามารถอยู่รอดในสภาพเดียวกันได้
พันธุ์กัญชานี้เป็นที่นิยมเนื่องจากความทนทานและความแข็งแรงของมันในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย สามารถพบกัญชาสายพันธุ์นี้ในภูมิภาคเอเชียเหนือ รัสเซีย และยุโรปตะวันออก มีความเชื่อว่ามันเติบโตได้ในสภาพอากาศที่รุนแรงที่สุด และเนื่องจากความแข็งแรงของพันธุ์นี้ บางครั้งมันสามารถที่จะอยู่รอดในสภาพเย็นหนาวและอากาศร้อน ซึ่งเป็นฤดูกาลที่สั้นหรือฤดูกาลที่ยาว ในพื้นที่เหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงความคล่องตัวในการปรับตัวของพันธุ์นี้ ที่สามารถออกดอกตามอายุของมันได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการเปลี่ยนแปลงของวัฏจักรแสงอย่างเดียว
การเพาะพันธุ์ ดอกกัญชา Ruderalis
สายพันธุ์ Ruderalis ของกัญชาถูกจำแนกครั้งแรกในปี พ.ศ. 2467 โดยนักพฤกษศาสตร์ชาวรัสเซียชื่อ DE Janischewsky ซึ่งเขาเข้าใจถึงความแตกต่างของสายพันธุ์ Ruderalis จากกัญชาสายพันธุ์อื่น ๆ กัญชา สายพันธุ์นี้มักจะพบในป่าไซบีเรีย และบางภาคของเทือกเขาหิมาลัย เนื่องจากลักษณะทางสัณฐานวิทยาของ Ruderalis มีลักษณะที่แข็งแรงกว่าสายพันธุ์ Indica และ Sativa ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของมันในระดับทางสายพันธุ์ของกัญชา การค้นพบนี้เป็นการเปิดตัวของสายพันธุ์ Ruderalis ในวงการกัญชาโดยเฉพาะและมีผลสำคัญในการศึกษาและการพัฒนาสายพันธุ์กัญชาต่าง ๆ ในภายหลัง
และในปี คริสต์ศักราช 1980 เมล็ดพันธุ์ Ruderalis ถูกนำเข้ามายังอัมสเตอร์ดัมซึ่งได้รับการศึกษาและเพาะพันธุ์ในสภาพที่มีการควบคุมอย่างเหมาะสม พบว่าลักษณะเฉพาะในฟีโนไทป์ Ruderalis มีผลดีอย่างมากสำหรับการปรับปรุงพันธุ์พืชที่ออกดอกเร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาช่วงของแสง นี่คือวิธีที่เมล็ดพืชออกดอกอัตโนมัติ (Autoflowering) ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วเป็นลูกผสม ที่รวมยีนที่สุกเร็วและยืดหยุ่นของสายพันธุ์ Ruderalis ป่ากับสายพันธุ์ Sativa ที่อุดมไปด้วย THC/CBD หรือ สายพันธุ์ Indica ที่โดดเด่นในช่วงแสงแดด
ลักษณะพันธุกรรมของ กัญชาสายพันธุ์ Ruderalis
พันธุ์กัญชา Ruderalis มีโครงสร้างที่เฉพาะเจาะจงทำให้เราสามารถแยกแยะได้ง่าย เมื่อเทียบกับพันธุ์ Indica หรือ Sativa พวกนี้มักจะมีความสูงที่น้อย ๆ ไม่เกิน 2-2.5 ฟุต หรือประมาณ 3/4 ของเมตร ลำต้นหลักมีลักษณะค่อนข้างหนาและก้านส่วนใหญ่มักจะเป็นเส้น ๆ และกระดุมเมื่อสัมผัส พวกเขามักไม่มีการแตกแขนงออกไปอย่างมากและใบเขามักมีขนาดกว้างและกว้าง (ประมาณ 5 นิ้ว) ที่มีโทนสีเขียวอ่อนกว่าค่าเฉลี่ย
พืชกัญชาสายพันธุ์ Ruderalis มีลักษณะขนาดเล็กแต่สามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพตามธรรมชาติ วัฏจักรที่สั้นกว่าของพืชหมายความว่าพืชไม่เติบโตมากจนมีขนาดเท่ากับ Sativa หรือ Indica โครงสร้างของดอกไม้มีความหนาแน่นและมีแนวโน้มที่จะพัฒนาขึ้นเพื่อปรับตัวให้สามารถรับมือกับอุณหภูมิที่ลดลงเล็กน้อยในพื้นที่ที่เติบโต ซึ่งผลผลิตจะมีปริมาณน้อย แต่มีระดับของ CBD (Cannabidiol) ที่สูง
คุณลักษณะที่โดดเด่นอย่างหนึ่งของสายพันธุ์นี้คือ มีระยะเวลาการออกดอกที่สั้นอย่างไม่ต้องสงสัย โดยทั่วไปแล้วสายพันธุ์ Ruderalis ในสภาพธรรมชาติจะออกดอกในระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน ซึ่งเป็นลักษณะของ Autoflowering พืชที่ต้นกำเนิดมาจากการผสมพันธุ์ระหว่าง Sativa และ Indica กับ Ruderalis เพื่อให้ได้ลูกผสมที่มีลักษณะที่ดีที่สุดจากทั้งสองพันธุ์ ยีนของ Ruderalis ยังมีหน้าที่ในการต้านทานความเย็นหรือเชื้อราได้ในระดับสูงของดอกไม้ด้วย
ดอกของพืช Ruderalis มีระดับสาร THC ในระดับที่ต่ำมากเมื่อเปรียบเทียบกับกัญชาสายพันธุ์อื่น ๆ อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้ Ruderalis มีความไม่สำคัญ เนื่องจากมีระดับของสาร CBD ที่สูงอยู่ในบางกรณี ในทางที่ต่างกันนี้ Ruderalis ก็สามารถให้ประโยชน์ได้ เช่นเดียวกับกัญชาสายพันธุ์อื่น ๆ และในความเป็นจริงกัญชาสายพันธุ์ต่าง ๆ ได้ถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์และการบำบัดในหลายวัฒนธรรมทั่วโลกมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการนำมาใช้ในการผลิตเส้นใยหรือดอกไม้ ปัจจุบันมนุษย์เรามีสายพันธุ์ กัญชาลูกผสม มากมายที่มีลักษณะของสายพันธุ์ Ruderalis ซึ่งมีเป้าหมายในการเพิ่มขนาดของพืชและระดับ THC ในสมองของมนุษย์
การเติบโตของกัญชาสายพันธุ์นี้มีความสามารถในการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของสายพันธุ์ Ruderalis ตั้งแต่เมล็ดถูกเพาะจนถึงการเก็บเกี่ยว โดยมักใช้เวลาเพียง 70 วันเท่านั้น แต่ความเร็วนี้มีความขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เมล็ดถูกเพาะเจริญเติบโต
| สายพันธุ์ | ระยะเวลาเฉลี่ยในการผลิตดอก |
| กัญชาสายพันธุ์ Indica | 6-8 สัปดาห์ |
| กัญชาสายพันธุ์ Sativa | 10-16 สัปดาห์ |
| กัญชาสายพันธุ์ Ruderalis | 7-10 สัปดาห์ |
โดยส่วนใหญ่ กัญชาสายพันธุ์ Ruderalis ถูกปลูกในลักษณะต่าง ๆ หรือนำพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์มาผสมกันเพื่อสร้างสายพันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะพิเศษ การออกดอกอัตโนมัติมีไว้เพื่อเพิ่มศักยภาพและผลผลิตให้กับสายพันธุ์ Sativa ที่มีสารสูง สามารถผสมกับ Ruderalis และพืชที่เกิดขึ้นจะมีอายุสั้นกว่า มีช่อดอกที่มีระดับ THC สูง วงจรการออกดอกเร็วกว่ามาก แต่เมื่อเปรียบเทียบกับกัญชาสายพันธุ์อื่น ๆ การหา Ruderalis บริสุทธิ์นั้นเป็นเรื่องยาก เว้นแต่คุณจะตัดสินใจปลูกเอง และการค้นหาเมล็ดพันธุ์ก็เป็นเรื่องที่ท้าทาย เนื่องจาก Ruderalis ส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบันมีลักษณะการออกดอกอัตโนมัติเท่านั้น นั่นหมายความว่าในปัจจุบันลูกผสม Ruderalis มีแนวโน้มที่จะมีระดับ THC หรือ CBD สูงนอกเหนือจากการออกดอกเร็วและเป็นไปตามธรรมชาติของพืชโดยอัตโนมัติ ซึ่งอาจเป็นทางเลือกใหม่ให้กับสายพันธุ์ดั้งเดิมอย่าง กัญชาไทย (Sativa) ที่มีช่วงเวลาออกดอกยาวนานกว่า

คุณสมบัติของ กัญชาสายพันธุ์ Ruderalis
กัญชาสายพันธุ์ Ruderalis มีคุณสมบัติที่แตกต่างจากสายพันธุ์อื่น ๆ ของกัญชาอย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้
- สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม: Ruderalis เป็นสายพันธุ์ของกัญชาที่ปรับตัวมาสามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนกับสายพันธุ์อื่น ๆ มักพบในที่ดินที่มีอากาศเย็น และมักสูงในเขตร้อนชื้น
- ความสูงที่เล็ก: Ruderalis มักมีความสูงที่เล็กกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ ของกัญชา มักโตเต็มที่ในระดับสูงสุดประมาณ 50-100 เซนติเมตร ซึ่งทำให้มีประสิทธิภาพในการเจริญเติบโตในพื้นที่จำกัดหรือที่มีพื้นที่เล็ก
- ระยะเวลาในการเจริญเติบโต: Ruderalis เป็นสายพันธุ์ที่มีระยะเวลาในการเจริญเติบโตสั้นที่สุด ซึ่งมักจะออกดอกและโตเต็มที่ในระยะเวลาเพียง 7-9 สัปดาห์ โดยไม่จำเป็นต้องได้รับแสงและการควบคุมแสงสว่าง
- สารสกัด: Ruderalis มักมีปริมาณ THC และ CBD ที่ต่ำกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ อย่างไรก็ตาม มีมากขึ้นในการใช้งานทางการแพทย์เนื่องจากมีศักยภาพในการรักษาโรคโดยเฉพาะโรคที่ไม่ต้องการมีผลจาก THC
- โครงสร้างพืช: Ruderalis มักมีโครงสร้างพืชที่เล็กและอ่อนโยน มีใบที่เล็กและลูกแข็งที่ไม่มีร่องรอยของการสปริ้งและใบก้านที่สั้น
- การใช้งาน: สายพันธุ์ Ruderalis มักนำมาผสมกับสายพันธุ์อื่น ๆ ของกัญชาเพื่อสร้างสายพันธุ์ใหม่ที่มีคุณสมบัติต่าง ๆ อย่าง CBD-rich และ Auto-flowering ที่มีระยะเวลาในการเจริญเติบโตสั้น และมีสารสกัดที่เหมาะสมในการใช้งานทางการแพทย์
ประโยชน์ทางการแพทย์ของ กัญชา Ruderalis
กัญชา เป็นพืชที่มีส่วนสำคัญในการใช้ในทางการแพทย์มาเป็นเวลาหลายพันปี การวิจัยและการพัฒนาสายพันธุ์ต่าง ๆ ของกัญชาได้เป็นที่น่าสนใจเนื่องจากมีการค้นพบว่าสายพันธุ์แต่ละชนิดมีสารสกัดที่มีประโยชน์ทางการแพทย์ที่แตกต่างกันไป ในบทความนี้เราจะพูดถึงประโยชน์ทางการแพทย์ของกัญชาสายพันธุ์ Ruderalis ซึ่งมีลักษณะเฉพาะและสารสกัดที่สามารถมีประโยชน์ต่อสุขภาพได้อย่างมากมาย
- การบรรเทาอาการปวดและอักเสบ: สารสกัด CBD (Cannabidiol) ที่พบในกัญชาสายพันธุ์ Ruderalis มีศักยภาพในการลดอาการปวดและอักเสบ ซึ่งเป็นประโยชน์ที่สำคัญสำหรับผู้ที่มีภาวะป่วยเรื้อรังหรือมีอาการปวดเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคข้อเข่าเสื่อม หรือปวดเมื่อยจากการออกกำลังกาย
- การช่วยลดอาการของโรคระบบประสาท: CBD มีศักยภาพในการลดอาการของโรคระบบประสาท เช่น โรคพาร์กินสัน อาการสั่นสะเทือน และโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและช่วยลดความเจ็บปวด
- การช่วยลดอาการของภาวะวิตกกังวล: CBD มีศักยภาพในการช่วยลดอาการของภาวะวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า โดยที่ไม่มีผลข้างเคียงทางจิตเชิงบวก เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในการควบคุมอารมณ์ของตนเอง
- การป้องกันโรคหัวใจ: การสูบ CBD มีศักยภาพในการลดความดันเลือดและการลดการอักเสบในหลอดเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
- การป้องกันการชัก: มีการวิจัยที่พบว่า CBD มีศักยภาพในการลดความเสี่ยงต่อการชัก ซึ่งเป็นประโยชน์สำคัญสำหรับผู้ที่มีอาการชักเฉี่ยวหรือโรคชักโครม
ดังนั้น กัญชาสายพันธุ์ Ruderalis มีศักยภาพในการใช้ในทางการแพทย์โดยเฉพาะในการบรรเทาอาการปวดและลดอาการระบบประสาทและมีคุณสมบัติที่น่าสนใจอื่น ๆ ที่อาจช่วยปรับปรุงสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้ที่มีปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ได้









